เจ้าภาพสุดบอบช้ำ! สเปน เฉือน ญี่ปุ่น ต่อเวลา 1-0 ทะลุชิงทองลูกหนังโอลิมปิก

การแข่งขันฟุตบอล โอลิมปิกเกมส์ 2020 รอบรองชนะเลิศ ระหว่าง “ซามูไรบลู” ทีมชาติประเทศญี่ปุ่น เจอกับ “กระทิงดุ” สเปน ที่สนามไซตามะ สเตเดี้ยม เมื่อวันอังคารที่ 3 ส.ค. 2564 เริ่มเกมมาเพียงแค่ 6 นาที สเปน เกือบจะได้ประตูออกนำ ดานี่ โอลโม่ กระชากขึ้นด้านซ้ายก่อนเปิดเข้าเขตโทษบอลเลยไปถึง มิเกล เมริโน่ ได้โหม่งจ่อๆข้ามคานออกข้างหลังไป นาทีที่ 11 เจ้าถิ่นเกือบจะได้เช่นกันจากจังหวะที่ ไดอิชิ ฮายาชิ ได้บอลหลุดเข้าเขตโทษก่อนซัดข้ามคานออกไป แม้กระนั้นจังหวะนี้ผู้ตัดสินเป่าย้อนไปว่าเป็นลูกล้ำหน้าไปแล้ว นาทีที่ 31 ทีมเยือนเกือบจะได้อีกหนจากจังหวะที่ มิเกล โอยาร์ซาบัล ได้บอลในเขตโทษก่อนสับไกด้วยขวาบอลพุ่งเหินข้ามคานออกข้างหลังไปอีก นาทีที่ 42 “ซามูไรบลู” ได้สวนบ้าง ทาเคฟุสะ คุโบะ กระชากบอลหลุดเข้าเขตโทษก่อนเปิดไปหน้าประตูให้ เรโอ ฮาตาเตะ ยิงจ่อๆติดแนวรับออกข้างหลังไป หมดครึ่งแรกยังเท่ากัน 0-0 กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 51 เจ้าของบ้านได้ช่องอีกหนจากจังหวะที่ เรโอ ฮาตาเตะ เก็บบอลได้เกียรติเขตโทษก่อนไหลให้ ไดอิชิ ฮายาชิ ซัดด้วยขวาหลุดเสาออกไปอย่างโชคร้ายนาทีที่ 56 เกมจำต้องหยุดเนื่องมาจากผู้ตัดสินเป่าจุดโทษให้กับ สเปน ข้างหลังเห็นว่า มายะ โยชิดะ ไปเสียบ มิเกล เมริโน่ ล้มลง แม้กระนั้นหลังจากที่เช็ค VAR แล้ว ปรากฏว่า ปราการหลังประเทศญี่ปุ่น เสียบโดนบอลก่อน นาทีที่ 76 “กระทิงดุ” เกือบจะได้ประตูแบบสุดๆเปดรี เปิดบอลไปแฉลบ อาโอะ ทานากะ บอลไปเข้าทาง ราฟา มีร์ ได้หลุดโดดเดี่ยวเข้าไปยิงด้วยขวาแม้กระนั้น วัวเซะ ทานิ ออกมาบล็อกไว้ได้ทัน ด้านหลังเกม สเปน โหมบุกหนักและก็เกือบจะได้หลายหนจาก มิเกล โอยาร์ซาบัล และก็ ราฟา มีร์ แม้กระนั้นก็ยังไม่อาจจะจ่ายบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้ จบ 90 นาที เท่ากัน 0-0 จำต้องขยายเวลาพิเศษออกไป 120 นาที นาทีที่ 115 สเปน มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ มิเกล โอยาร์ซาบัล จ่ายบอลเข้าเขตโทษให้ มาร์โก อเซนสิโอ้ พลิกแล้วปั่นด้วยซ้ายเสียบเสาสองเข้าไปเด็ดขาด จบเกม สเปน เฉือนเอาชนะ ประเทศญี่ปุ่น ไปได้ 1-0 ผ่านไปสู่รอบชิงเหรียญทอง โดยจะไปพบกับ “แชมป์เก่า” ทีมชาติบราซิล ในวันเสาร์ที่ 7 ส.ค. นี้ รายนามผู้เล่นของทั้งสองทีม ประเทศญี่ปุ่น (4-2-3-1) : วัวเซะ ทานิ – ยูตะ นากายาม่า, วัว อิตาคุระ, มายะ โยชิดะ, ฮิโรกิ ซากาอิ – วาตารุ เอนโดะ, อาโอะ ทานากะ – เรโอ ฮาตาเตะ, ริตสึ โดอัน, ทาเคฟุสะ คุโบะ – ไดอิชิ ฮายาชิ…

ลีลล์ โค่น เปแอสเช 1-0 ซิวแชมป์ซูเปอร์ คัพ หนแรก

ลีลล์ โชว์ได้สมราคา แชมป์ ลีก เอิง ข้างหลังเอาชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไปได้ 1-0 ครองแชมป์ เฟรนช์ ซูเปอร์คัพ ไปครองเป็นยุคเเรก การประลองบอล เฟรนช์ ซูเปอร์คัพ ที่สนามบลูมฟิลด์ สเตเดียม, เทล อาวีฟ (อิสราเอล) “ตราหมา” ลีลล์ แชมป์ ลีก เอิง ฝรั่งเศส ดวลเดือดกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แชมป์เฟรนช์ คัพ ลีลล์ แชมป์ลีก เอิง ส่งคู่หอกเก่ง โจนาธาน เดวิด กับ บูรัค ยิลมาซ ส่วน ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แชมป์เฟร้นช์ คัพ มี เมาโร การ์ดี้ ยืนหน้าเป้าผลที่ตามมา ครึ่งแรกมาถึงนาทีที่ 45 ลีลล์ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ บูรัค ยิลมาซ จ่ายบอลให้ เชกา ตะบันด้วยขวาจากหน้าเขตโทษ บอลพุ่งเข้าไปตุงตาข่ายอย่างเด็ดขาด ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้ครึ่งหลัง เป็น เปแอสเช ที่ครองบอลได้มากกว่าอย่างได้ชัด จนกระทั่งนาทีที่ 71 เมาริสิโอ โปเชตตำหนิโน ต้องเปลี่ยนตัวส่ง จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม อดีตกาลมิดฟิลด์หงส์แดง ลงมาเพื่อหวังยกฐานะเกมแดนกลาง แล้วต่อจากนั้นนาทีที่ 74 เปแอสเช เกือบจะตีเสมอ จากจังหวะที่ เมาโร อิคาร์ดี ยิงเข้าไปแล้ว แม้กระนั้นโดนผู้ตัดสินจับล้ำหน้า ตอนที่เหลือเปแอสเช อุตสาหะลุยใส่ ลีลล์ อย่างมาก แม้กระนั้นสุดท้ายก็เจาะเข้าไปทำคะแนนไม่ได้ จบเกม ลีลล์ เป็นฝ่ายเอาชนะ 1-0 ครองแชมป์ โทรเฟ่ เดส์ ช็องปิย็องส์ หรือ เฟรนช์ ซูเปอร์คัพ ในปีนี้ไปครอง ก่อนที่ลีก เอิง ฤดูใหม่จะเปิดตัวในสุดสัปดาห์หน้า