เมื่อ “3 แข้งบราซิล” เลือกสวมเสื้ออิตาลียึดแชมป์ยูโร 2020

ถึงแม้กองทัพลูกหนัง “แซมบ้า” บราซิล จะชวดคว้าชัยชนะระดับทวีปบนดินแดนของตนเอง เนื่องจากว่าพลาดท่าแพ้ “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา 0-1 ในศึกบอลชิงแชมป์แห่งชาติอเมริกาใต้ โคปา อเมริกา 2021 รอบชิงแชมป์ ที่ประเทศบราซิล แต่มีนักเตะสายเลือดบราซิลถึง 3 คนที่ได้สังสรรค์แชมป์ระดับทวีปบนดินแดนยุโรป เนื่องจากว่าได้เปลี่ยนสัญชาติไปร่วมกองทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” อิตาลี ชุดแชมป์ยูโร 2020 ไล่ตั้งแต่ จอร์จินโญ่, เอแมร์ชอน พัลมิเอรี และก็ ราฟาเอล โตลอย นั่นเอง ในศึกยูโร 2020 มีนักเตะสายเลือดบราซิลเปลี่ยนสัญชาติไปรับใช้กลุ่มลูกหนังในทวีปยุโรปทั้งปวง 6 คน ดังเช่น เปกระเป๋า แนวรับกลุ่มชาติประเทศโปรตุเกส, มาริโอ แฟร์นันเดส แนวรับกลุ่มชาติรัสเซีย, มาร์ลอส ตัวเติมเกมรุกจากฝั่งขวากลุ่มชาติยูเครน และก็ 3 นักเตะกลุ่มชาติอิตาลีตามรายนามข้างต้น โดยอีกทั้ง 6 คนมีชื่อเสียงกล่าวเกิดที่ประเทศบราซิลทั้งปวงเลยด้วย แม้กระนั้นมีอยู่หนึ่งคนที่ไม่เคยผ่านการลงเล่นให้ชมรมบอลในประเทศบราซิลมาก่อนเลย นั่นก็คือ จอร์จินโญ่ เนื่องจากว่าได้ย้ายมาปักหลักถิ่นที่อยู่อาศัยในประเทศอิตาลีตั้งแต่ในตอนที่แก่เพียงแต่ 15 ปี และก็ได้รับชนชาติเป็นชาวอิตาเลียนตามบรรพบุรุษด้วยนั่นเอง หลังจากนั้นได้เริ่มต้นอาชีพค้าหน้าแข้งกับ เวโรท้องนา ในตำแหน่งมิดฟิลด์เมื่อปี 2010 และก็ย้ายไปสร้างชื่อกับ ท้องนาโปลี ก่อนจะย้ายลงหลักปักฐานกับ เชลซี ตั้งแต่ปี 2018 จนถึงตอนนี้ ดังนี้ จอร์จินโญ่ ได้ถูกเรียกมารับใช้กองทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” มาตั้งแต่ปี 2016 ส่วนในรายของ เอแมร์ชอน เคยค้าหน้าแข้งในบราซิลกับ ซานโตส มาก่อน แม้กระนั้นได้ย้ายมาสร้างชื่อกับ โรม่า ในปี 2015 และก็ได้เปลี่ยนสัญชาติเพื่อไปสวมเสื้อสีน้ำเงินตั้งแต่ปี 2018 ในช่วงเวลาที่ โตลอย เพิ่งจะได้ชนชาติในตอนต้นปี 2021 หลังจากที่อยู่ปักหลักยืนเล่นเป็นกองหลังของ อตาลันตา มานานถึง 6 ปีแล้ว นับจากย้ายมาจาก ซานโตส ในบ้านเกิดเมื่อปี 2015 ที่ผ่านมามีนักเตะสายเลือดบราซิลที่ได้เปลี่ยนสัญชาติไปคว้าชัยชนะยุโรปมาแล้วถึง 2 คน เริ่มจาก มาร์กอส เซนท้องนา ได้จารึกชื่อเป็นคนแรกเมื่อในตอนที่สวมบทเป็นกองกลางกลุ่มชาติประเทศสเปนชุดแชมป์ยูโร 2008 ส่วน เปกระเป๋า ตามมาเป็นคนที่ 2 โดยสวมบทเป็นกองหลังกลุ่มชาติประเทศโปรตุเกสชุดแชมป์ยูโร 2016 เท่ากับว่าเดี๋ยวนี้มีนักเตะสายเลือดบราซิลที่ได้เปลี่ยนสัญชาติไปคว้าชัยชนะยุโรปเพิ่มเป็น 5 รายแล้ว เพราะ จอร์จินโญ่, เอแมร์ชอน และก็ โตลอย กลายเป็นอีก 3 หน้าแข้งแซมบ้าที่ได้เข้าทำเนียบนี้กันแบบพร้อมหน้าพร้อมตากลมเกลียวพร้อมใจ เนื่องจากว่าได้สวมเสื้อของกองทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” สังสรรค์แชมป์ยูโร 2020 ไปหมาดๆ

พวกไม่ยินยอม! แฟนอังกฤษกว่า 1 แสนคนร่วมเซ็นนัดชิงยูโร 2020 ต้องแข่งขันใหม่

ผ่านมาแล้ว 3 วัน สำหรับนัดหมายชิงชนะเลิศบอลยูโร 2020 ที่ผลสรุปเป็น กลุ่มชาติอิตาลี ดวลจุดลูกโทษชนะ กลุ่มชาติอังกฤษ ไป 3-2 ข้างหลังเสมอกันในเวลา 120 นาที 1-1 เถลิงแชมป์ยูโรยุคที่ 2 ได้เสร็จ ท่ามกลางความไม่สมหวังของกองเชียร์สิงโตคำรามในสนามเวมบลีย์ ล่าสุด มีรายงานว่าแฟนบอลกลุ่มชาติอังกฤษกว่า 1 แสนคนได้พากันร่วมลงนามอย่างเอาจริงเอาจัง เพื่อขอให้ ยูฟ่า กระทำรีแมตช์นัดหมายชิงชนะเลิศใหม่อีกครั้ง ด้วยเหตุผลหลักว่า เชิ้ตดำในเกมนี้ตัดสินไม่แฟร์ โดยแฟนบอลอังกฤษมุ่งเป้าโจมตีไปที่ บียอร์น ไคเปอร์ส ผู้ตัดสินชาวดัช ที่ในมุมมองของแฟนบอลผู้ดีนั้นบอกว่าตัดสินบกพร่องหลายจังหวะ โดยเฉพาะจังหวะที่ จอร์จิโอ คิเอลลินี ดึงเสื้อของ บูกาโย ซากา ที่ควรจะให้ใบแดงแต่ว่าก็ให้เพียงแค่ใบเหลือง รวมทั้งจังหวะที่ จอร์จินโญ่ ย่ำใส่ แจ็ค กรีลิช ก็ต้องเป็นใบแดงเช่นเดียวกัน จนกระทั่งเวลานี้ มีคนรักบอลอังกฤษกว่า 100,000 คนไปร่วมลงนามใน change.org เว็บที่มีไว้สำหรับสร้างแคมเปญต่างๆเรียกร้องให้ อังกฤษ กับ อิตาลี ได้แข่งกันใหม่อีกรอบ ซึ่งนอกจากพวกเขาเห็นว่าผู้ตัดสินเป่านกหวีดแบบไม่เป็นธรรมแล้ว ยังระบุเพิ่มเพราะว่า กลุ่มชาติอิตาลีเล่นแรงเกินไป โดยใช้คำว่า “ดึง, ผลัก, เตะ” ใส่ผู้เล่นกลุ่มชาติอังกฤษ อย่างไรก็ตาม การร่วมลงนามคราวนี้อาจเป็นได้เพียงแต่การแสดงออกทางความเห็นเพียงแค่นั้น ซึ่งทาง ยูฟ่า เองอาจไม่มีการตอบกลับข้อเรียกร้องนี้อะไร

ไขปัญหา! “เซาธ์เกต” เปิดใจเลือก 3 ดาวรุ่ง ลงมายิงจุดโทษในเกมสุดกดดัน

“สิงโตคำราม” กลุ่มชาติอังกฤษ จำเป็นต้องพบกับความหมดหวังอีกครั้ง ข้างหลังเป็นข้างแพ้จุดโทษต่อ อิตาลี 2-3 ที่สนาม เวมบลีย์ ในเกมนัดชิงแชมป์ ฟุตบอลยูโร 2020 เมื่อคืนนี้วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม 2564   ทำให้พวกเขายังจำเป็นต้องรอคอยการบรรลุผลถัดไปในทัวร์นาเมนต์รายการใหญ่ โดยหนสุดท้ายที่พวกเขาทำสำเร็จเป็นการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก เมื่อปี 1966 หรือย้อนกลับไปเมื่อ 55 ปีที่แล้ว อย่างไรก็แล้วแต่มีหลายเสียงวิจารณ์ข้างหลังเกมมหาศาล เกี่้ยวกับการตกลงใจของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาติอังกฤษที่เลือกให้นักเตะอายุน้อยของกลุ่มมาเป็นคนยิงจุดโทษในเกมที่มีแรงกดดันสูง ทั้ง บูคาโย่ ซาก้า (19 ปี), เจดอน ซานโช่ (21 ปี) และ มาร์คัส แรชฟอร์ด (23 ปี) ซึ่งทั้งสามรายพลาดหมด โดยข้างหลังเกม ผู้จัดการทีมฟุตบอลวัย 50 ปี ออกมาแจกแจงถึงหัวข้อนี้ว่า “ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างมันขึ้นกับผม พวกเขามิได้เสนอตัว แม้กระนั้นผมเป็นคนตัดสินใจมอบหน้าที่นั้นให้พวกเขายิงจุดโทษเอง โดยตรึกตรองจากภาพรวมสำหรับในการฝึกซ้อม ถ้าเกิดคุณจะโทษผู้ใดกัน คนนั้นควรเป็นผม แน่นอนพวกเขาจะมิได้อยู่คนเดียว แม้กระนั้นเราจะอยู่เคียงข้างเขา”  …

ข้อสรุปศึกยูโร 2020 : ผู้เล่นดีเยี่ยมที่สุด, ดาวซัลโว, จอมแอสซิสต์, ดาวรุ่งดีเยี่ยมที่สุด ,สถิติอื่นๆที่น่าดึงดูด

หลังจากที่ อิตาลี ผงาดครองแชมป์ ยูโร 2020 ถึงอังกฤษ ข้างหลังเสมอใน 120 นาที 1-1 ก่อนเอาชนะจุดลูกโทษพิพากษา 3-2 ครองแชมป์มาครอบครองเป็นสมัยที่สองภายหลังจากเคยคว้าทำเป็นเสร็จในปี 1968 ทางยูฟ่าได้ประกาศรางวัลต่างๆที่เกิดขึ้น ข้างหลังจบทัวร์นาเมนท์นี้ในทันทีทันใด ส่วนจะมีอะไรที่น่าสนใจกันบ้างไปติดตามกันได้เลย ผู้เล่นยอดเยี่ยมของ : จานลุยจิ ดอนนารุมมา (อิตาลี)   นักฟุตบอลวัย 22 ปีรายนี้กำลังย้ายจาก เอซี มิลาน ไปร่วมทีม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้โชว์เซฟสองจุดลูกโทษสำหรับเพื่อการดวลจุดลูกโทษของกับ อังกฤษ เมื่อคืนนี้ที่ เวมบลีย์ แล้วก็ช่วยให้ทีมของเขาครองแชมป์ ยุโรป เสร็จ เป็นครั้งแรกนับจากปี 1968 นอกเหนือจากนั้นเขายังเป็นผู้รักษาประตูผู้ที่สองที่ได้รับรางวัลดังกล่าวมาแล้วข้างต้นต่อจาก ปีเตอร์ ชไมเคิล ของ เดนมาร์กในปี 1992 เขาเก็บคลีนชีตได้สามนัดหมายแล้วก็เสียสี่ประตูใน ทัวร์นาเมนต์ จากการลงเล่นไป 719 นาที มากยิ่งกว่าผู้เล่นผู้อื่นในรายการ ทำเนียบนักฟุตบอลยอดเยี่ยม ศึกยูโร 7 ครั้งล่าสุด – ปี 2020 : จานลุยจิ ดอนทุ่งนารุมมา (อิตาลี) – ปี 2016 : อองตวน กรีซมันน์ (ฝรั่งเศส) – ปี 2012 : อันเดรส อิเนียสต้า (สเปน) – ปี 2008 : ชาบี้ เออร์นานเดซ…

แรงนะเนี่ย! “กูร์กตัวส์” พลั้งปากลั่น “มาร์กซิยัล” นับว่าเป็นลำแข้งดังเหรอ?

ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้เฝ้าประตูทีมชาติเบลเยียมของ เรอัล มาดริด ชมรมยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกา สเปน หลุดถามถึง อ็องโตนี มาร์กซิยัล กองหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่านับเป็นนักเตะระดับสตาร์หรอ? ระหว่างการสนทนาในรายการ Pickx กับ แยน แฟร์เกน ปราการหลังเพื่อนร่วมชาติ โดยในรายการ เราร์กตัวส์ถูกแฟร์เกนถามว่า “ให้เลือกนักเตะระดับสตาร์ 3 คน ที่มิได้ลงเล่นในยูโรครั้งนี้”…

เดือดก่อนชิงดำ! “เนย์มาร์” ของขึ้นไล่พวกแซมบ้าปันดวงใจไปตายซะ

โหมโรงก่อนศึกโคปา อเมริกา 2021 นัดหมายชิงชนะเลิศ ที่จัดแจงฟาดแข้งกันเช้าวันอาทิตย์ที่ 11 เดือนกรกฎาคม 2564 เวลา 07.00 น. ตามเวลาประเทศไทย อย่างที่แฟนบอลเข้าใจกันดี ปีนี้เป็นการชิงชัยระหว่างคู่ต่อสู้ในฝัน คู่รักคู่แค้นตลอดไปอย่าง เจ้าภาพ ทีมชาติบราซิล เจอกับ ทีมชาติอาร์เจนตินา ล่าสุด เนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติบราซิล ออกโรงจวกแฟนบอลเพื่อนร่วมชาติ หลังมีกระแสไม่น้อยที่ออกมาหนุนกองทัพฟ้าขาวให้ได้แชมป์โคขว้าง อเมริกา โดยเหตุผลเพราะว่าเป็นสาวกของ ลิโอเนล เมสซี ดาวเตะจากบาร์เซโลนานั่นเอง สำหรับจุดเริ่มต้นเรื่องราวดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วนี้ เกิดขึ้นเมื่อ ฟาบิโอลา อันดราเด ผู้สื่อข่าวหญิงสายกีฬาของบราซิล ออกมาแสดงจุดยืนว่าต้องการให้เมสซีได้แชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต โดยคุณได้โพสต์ว่า “ก่อนจะเอาหินมาปาใส่ฉันในที่ส่วนรวม ฟังฉันชี้แจงก่อน ฉันรักบราซิล ฉันรักแวดวงบอลบราซิเลียน ใช่ ฉันมีสหายชาวอาร์เจนไตน์หลายคน แม้กระนั้นฉันไม่ได้เชียร์อาร์เจนตินา ในเกมนัดหมายชิงโคขว้าง อเมริกา ฉันก็จะไม่เชียร์พวกเขา ไม่เลย แม้กระนั้นฉันเชียร์เพราะว่าฉันรักบอล และ ลิโอ เมสซี @leomessi ชายคนนี้จะต้องได้แชมป์ในสีเสื้อทีมชาติของเขา! มันเป็นเรื่องที่เป็นกลาง!” ภายหลังโพสต์ของผู้สื่อข่าวสาวดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วได้เผยแพร่ออกไป ปรากฎว่ามีแฟนบอลไม่น้อยล้วนคล้อยตามความเห็นของอันดราเด ซึ่งดูเหมือนจะทั้งหมดก็ให้เหตุผลคล้ายคลึงกันโน่นเป็น ชมเชยในฝีเท้าของดาวเตะจากชาติคู่รักคู่แค้น และอยากที่จะให้สมหวังเสียรู้ในวัย 34 ปี ทั้งยังแฟนบอลบราซิลยังคับข้องใจจากความผิดพลาดของกองทัพแซมบ้าชุดนี้มาจากบอลโลก 2018 ด้วยทำให้ล่าสุด เนย์มาร์ ถึงกับอดรนทนไม่ได้ ออกมาโพสต์ลงไอจีสตอรีในประเด็นนี้ยาวว่า “ผมเป็นคนบราซิล เป็นด้วยความรักอย่างเต็มสง่า ความฝันของผมทั้งชีวิตเป็นการได้เล่นให้ทีมชาติและได้ฟังแฟนบอลแผดเสียงร้องสนับสนุน” “ผมไม่เคยโจมตีหรือคิดจะโจมตีบราซิล เวลาพวกเขาชิงชัยอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นกีฬา, ประกวดนางงาม หรือออสการ์” “ถ้าหากสิ่งนั้นเป็นบราซิล เพราะว่าผมเป็นคนบราซิล และใครก็ตามที่เป็นคนบราซิล ส่วนคนบราซิลที่เห็นต่างออกไป ก็ช่างเถิดนะ ผมให้ความยำเกรง แม้กระนั้นไปตกนรกซะเหอะ” สำหรับ เนย์มาร์ ทำไปแล้ว 2 ประตูให้บราซิลในทัวร์นาเมนต์นี้ นัดหมายที่เจอ ทีมชาติเวเนซุเอลา และ ทีมชาติประเทศเปรู ใน 2 เกมแรกของรายการ ต่อจากนั้นเขายิงไม่ได้อีกเลย แม้กระนั้นบราซิลก็ยังแข็งพอที่จะผ่านเข้ามาถึงนัดหมายชิงชนะเลิศ โดยนัดหมายนี้จะเป็นครั้งแรกตั้งแต่แมื่อปี 2007 ด้วย ที่บราซิลจะได้เจอหน้ากับอาร์เจนตินาในรอบชิงชนะเลิศ ที่ผ่านมาบราซิลเคยเป็นแชมป์ 9 ยุค ส่วนอาร์เจนตินาเป็นแชมป์ 14 ยุค และมีลุ้นทาบสถิติสูงสุด 15 ยุคของอุรุกวัยในวันพรุ่ง

เบื้องหลังเหตุการณ์อีริคเซ่น เมื่อการตายของโฟเอ้ ช่วยเซฟชีวิตเพื่อนฝูงร่วมอาชีพรุ่นหลัง

วินาทีที่ คริสเตียน อีริคเซ่น หมดสติและก็ล้มลงสู่พื้น และก็จำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน อาจก่อให้ภาพเรื่องความสูญเสียในอดีต ย้อนกลับไปเข้ามาในความนึกคิดของเหล่าแฟนบอล มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ คงจะเป็นเคสแรกๆที่คนไม่ใช่น้อยจดจำได้ดี ภาพที่เขาหมดสติล้มลงกลางสนามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย จนถึงจำเป็นต้องถูกหามออกไปรักษาเบื้องต้นข้างสนาม แต่สุดท้ายก็ไม่อาจช่วยเหลือของเขาเอาไว้ได้สำเร็จ จนถึงความสูญเสียดังที่กล่าวถึงมาแล้ว กลายมาเป็นรอยด่างพร้อยทำงานแข่ง สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003 แต่การสูญเสียในตอนนั้น ก็ได้แผ้วทางสู่อนาคตในการช่วยเหลือนักฟุตบอลในสนาม เข้มแข็งเพียงใดก็ล้มได้ แม้ว่านักฟุตบอลอาชีพ จะเป็นกลุ่มของผู้คนที่มีร่างกายแข็งแรงดี วิ่งเต็มสูบได้ตลอดทั้ง 90 นาทีที่อยู่ในสนาม แต่มีผู้เล่นมากยิ่งกว่า 100 คน ที่เคยล้มลงกลางสนาม ซึ่งมากยิ่งกว่าครึ่งนั้น ไม่ได้โชคดีเหมือนกันกับกองกลางของแดนโคนมรายนี้ หนึ่งในเรื่องที่คนไม่ใช่น้อยจดจำได้ดี คือรายของ มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ กองกลางตัวรับวัย 28 ปี ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ร่วมกองทัพทีมชาติแคเมอรูน ลงเตะใน สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003 ที่ประเทศฝรั่งเศส โฟเอ้ ลงเล่นในแมตช์ที่ แคเมอรูน เอาชนะ บราซิล กับ ประเทศตุรกี ไปได้ในรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนจะได้พักในเกมที่เจอกับ อเมริกา และก็กลับมาเป็น 11 ตัวจริงในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งจำเป็นต้องประจันหน้ากับ โคลอมเบีย ที่สนาม สตาด เดอ แฌร์ล็อง เมืองลียง แมตช์ดังที่กล่าวถึงมาแล้วดำเนินมาถึงนาทีที่ 72 อยู่ๆโฟเอ้ ก็ล้มลงกลางสนามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย โดยไม่มีผู้ใดอยู่รอบข้างตัวเขาเลย ผู้ตัดสินเป่าหยุดเกม และก็เรียกให้ทีมหมอเข้ามารักษาเบื้องต้นเขาในสนาม ก่อนที่จะเขาจะถูกหามออกมาปั๊มหัวใจที่ข้างสนาม แล้วส่งไปรับการดูแลและรักษาที่ศูนย์การแพทย์ของ สตาด เดอ แฌร์ล็อง ทว่าข้างหลังพากเพียรกู้ชีพอยู่เป็นเวลานานกว่า 45 นาทีก็ไม่เป็นผล เขาเสียชีวิตลงต่อไป วินฟรีด เชเฟอร์ ผู้จัดการทีมชาติ แคเมอรูน ณ ตอนนั้น เปิดเผยว่าเขาปรารถนาเปลี่ยนตัว โฟเอ้ ออกจากสนามก่อนหน้านั้น เนื่องจากว่าตลอดตัวเขาและก็ทีมหมอ เห็นว่ากองกลางรายนี้มีอาการล้า และก็เคลื่อนได้ช้าลง แต่เจ้าตัวยังปรารถนาเล่นต่อ เพื่อช่วยให้ทีมชาติของเขาเข้าสู่รอบชิงแชมป์ให้ได้ แมรี่-หลุยส์ โฟเอ้ ภรรยาของดาวเตะรายนี้ ระบุว่ากองกลางจาก แมนฯ ซิตี้ มีอาการท้องเดินมา 2-3 วันแล้ว และมีปัญหากับกระเพาะของเขาด้วย แต่เจ้าตัวยังคงรับรองที่จะลงเล่นให้กับทีมต่อ โฟเอ้ เสียชีวิตซึ่งๆหน้าภรรยาของเขา ที่เข้ามารับดูเกมข้างสนามในนัดนั้น…

มั่งมีสุดในวงการ! สื่อเผยอาชีพหลักของ “ไคเปอร์ส” เปานัดชิงฯยูโร 2020

เดลี เมล สื่อดังของอังกฤษแถลงการณ์ว่า บียอร์น ไคเปอร์ส (Bjorn Kuipers) ผู้ตัดสินจากเนเธอร์แลนด์ที่จะลงทำหน้าที่ในนัดชิงดำยูโร 2020 วันอาทิตย์นี้ เป็นผู้ตัดสินลูกหนังที่มีฐานะรวยที่สุดในโลก สื่อดังที่กล่าวถึงแล้วกล่าวว่า ท่านเปาชาวดัตช์มีทรัพย์สินส่วนตัวมูลค่าราว 11.5 ล้านปอนด์ (ราว 520 ล้านบาท) เมื่อปี 2016 โดยเจ้าตัวเป็นผู้ร่วมก่อตั้งซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีชื่อว่า จัมโบ (Jumbo) ในดินแดนกังหันลม หลังมีดีกรีปริญญาตรีด้านการบริหารธุรกิจ ตั้งแต่สมัยหนุ่มแน่นจากมหาวิทยาลัยรัดค่อยด์ ในเมืองไนจ์เมเกน   ไคเปอร์ส วัย 48 ปี เริ่มต้นอาชีพเชิ้ตดำลูกหนังตั้งแต่ปี 2002 ก่อนขึ้นชั้นเป็นผู้ตัดสินระดับแถวหน้าของยูฟาตั้งแต่ปี 2009 โดยผ่านการลงตัดสินในบอลโลก รอบสุดท้าย มาแล้ว 2 สมัย รวมทั้งศึกยูโร รอบสุดท้ายอีก 3 สมัย ซึ่งแรงผลักดันในอาชีพนี้ของเจ้าตัวคือป๋า ที่เคยเป็นผู้ตัดสินบอลในระดับครึ่งหนึ่งอาชีพนั่นเอง สำหรับ นัดชิงแชมป์ยูโร 2020 ระหว่าง ทีมชาติอังกฤษ พบ ทีมชาติอิตาลี นี้จะนับว่าเป็นอีกเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของไคเปอร์ส หลังเคยตัดสินนัดชิงแชมป์เกมระดับสโมสรในถ้วย ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก (2017) รวมทั้ง ยูฟา ยูโรปา ลีก (2013, 2018) มาแล้ว   ส่วนในศึกยูโรคราวนี้ ไคเปอร์สลงทำหน้าที่ไปแล้ว 3 นัด โดยแบ่งเป็นรอบแบ่งกลุ่ม 2 นัด รวมทั้งรอบ 8 ทีมสุดท้ายอีก 1 นัด ซึ่งในเกมนัดชิงแชมป์นี้ ไคเปอร์สจะได้ทำหน้าที่ร่วมกับเพื่อนร่วมชาติ ซานเดอร์ ฟาน โรเกล รวมทั้ง เออร์วิน เซนสตรา ในฐานะผู้กำกับเส้น โดยมี คาร์ลอส เดล เซร์โร ชาวประเทศสเปนเป็นผู้ตัดสินที่ 4

ตัดเกรด นักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ เกม เฉือน เดนมาร์ก 2-1 ทะลุชิงศึกยูโร 2020

บอล ยูโร 2020 รอบ 4 ทีมในที่สุด คืนวันพุธที่ 7 เดือนกรกฎาคม 2021 อังกฤษ 2-1 เดนมาร์ก สนาม: เวมบลีย์ (ลอนดอน อังกฤษ) คะแนนนักเตะ ทีมชาติอังกฤษ จอร์แดน พิคฟอร์ด – 6/10 วันนี้แทบจะไม่พบบททดลองมากเท่าไรนัก แต่ว่ามองเห็นได้ชัดว่าวันนี้ฟอร์มหลุดไปพอเหมาะพอควรโดยเฉพาะตอนที่ต้องเล่นบอลกับพื้น รวมถึงการออกบอลมองปราศจากความมั่นใจและก็ขาดความแม่นยำไปๆมาๆกเลยทีเดียว จอห์น สโตนส์ – 7.5/10 เกมรับปฏิบัติภารกิจได้อย่างกล้าแกร่งในวันนี้ มีจังหวะเข้าสะกัดรวมถึงบล็อคลูกยิงสวยๆบ่อย แฮร์รี แม็คแกว่งร์ – 7.5/10 เช่นเดียวกับ สโตนส์ ที่เกมรับเล่นได้อย่างเหนื่ยวแน่น แถมยังมีโอกาสได้เติมขึ้นไปกระแทกลุ้นทำแต้มบ่อย ครองบอลรั้งแน่น ออกบอลถูกต้องแม่นยำ ไม่มีจุดบกพร่องให้เห็นเลย ไคล์ วอล์เกอร์ – 7.5/10 เป็นอีกคนที่โดดเด่นเป็นอย่างมากในเกมรับ แม้วันนี้จะแทบจะไม่ได้เติมขึ้นสูง แต่ว่าการเฝ้าเกมรับทางกราบขวารวมถึงการหุบเข้ามาช่วยกึ่งกลางทำเป็นอย่างไร้ที่ติเตียนในเกมวันนี้ ลุค ชอว์ – 7.5/10 มีบทบาทค่อนข้างจะมากมายสำหรับในการเติมเกมรุก ค่อยต่อบอลติดต่อประสานงานกับสหายร่วมทีมทางกราบซ้าย สบโอกาสเติมขึ้นลุ้นเปิดในกรอบจุดโทษสร้างช่องทางให้ทีมได้อยู่บ้างเช่นเดียวกัน…

จำผมไม่ได้เหรอ? “โบนุชชี่” ถึงกับเหวอ “การ์ดสนาม” ไม่ให้กลับเข้าสนาม

แปลงเป็นคลิปเรียกรอยยิ้มโดยทันทีกับจังหวะข้างหลังเกมที่ ทีมชาติอิตาลี เป็นฝ่ายเอาชนะ ทีมชาติประเทศสเปน สำหรับการดวลจุดโทษ 4-2 ผ่านไปสู่รอบชิงแชมป์ สำหรับการแข่งขัน ฟุตบอลยูโร 2020 สำเร็จ เมื่อคืนนี้วันอังคารที่ 6 ก.ค. ก่อนหน้านี้ โดยข้างหลังเกมจบลง บรรดานักเตะอิตาลี ได้รวมตัวกันวิ่งไปฉลองกับแฟนบอลรอบๆข้างหลังประตู แต่ว่าในรายของ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ แผงหลังตัวเก๋าของทีมเก็บอารมณ์ไม่อยู่ได้วิ่งออกไปเมืองนอกสนามเพื่อเฮกับแฟนบอลบนอรรธจันทร์ ซึ่งข้างหลังเจ้าตัวฉลองกับแฟนๆเสร็จ ปราการหลังวัย 34 ปี จะเดินกลับเข้าสนามอีกรอบ แต่ว่าข้าราชการสนามกลับจำเขาไม่ได้เพราะมีความคิดว่าเป็นแฟนบอลที่กระโจนลงมาร่วมฉลองด้วย ทำให้เจ้าตัวถึงกับสับสนทีเดียว ก่อนที่เจ้าตัวจะชี้แจงและเดินกลับสู่สนามได้อีกรอบ สำหรับ “ทัพอัซซูร์รี่” สามารถทะลุผ่านไปชิงแชมป์ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ได้เป็นยุคที่ 4 โดยจะเข้าไปรอคอยพบกับผู้ชนะระหว่าง อังกฤษ กับ เดนมาร์ก ที่จะลงกระทำแข่งขันกันในคืนวันนี้